
ผู้ประกอบการหรือผู้จัดการโรงงานหลายท่านมักมีความเข้าใจผิดว่าในเมื่อเราจ้างวิศวกรมา ตรวจระบบไฟฟ้าประจำปี ทุกปีอยู่แล้ว ทำไมยังต้องเสียเงินทำ PM (Preventive Maintenance) ระบบไฟอีก? หรือบางแห่งอาจจะปล่อยปละละเลยการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันนี้ไปนานกว่า 1-2 ปี เพราะเห็นว่าระบบไฟก็ยังใช้งานได้ปกติ ไม่มีไฟตกหรือไฟดับ
แต่ในความเป็นจริงทางวิศวกรรม การตรวจระบบไฟฟ้ากับการทำ PM เป็นสิ่งที่ทดแทนกันไม่ได้ และการปล่อยให้ระบบไฟฟ้าขาดการทำ PM นานเกิน 1 ปี คือสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้วิศวกรไม่สามารถออกเอกสารตรวจรับรองระบบไฟฟ้าให้กับโรงงานของคุณได้ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงเหตุผลที่คุณห้ามมองข้ามเรื่องนี้
ความต่างระหว่าง “การตรวจรับรอง” กับ “การทำ PM” ที่คุณต้องรู้
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสองสิ่งนี้มีหน้าที่และขอบเขตงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
- การตรวจสอบระบบไฟฟ้า (Inspection): คือการเข้าตรวจสอบสภาพ “ณ วันที่ตรวจ” ว่าอุปกรณ์ต่างๆ ยังปลอดภัยและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ (วิศวกรทำหน้าที่เสมือนหมอที่มาตรวจร่างกายและวินิจฉัยโรค)
- การทำ PM ระบบไฟฟ้า (Preventive Maintenance): คือการลงมือบำรุงรักษา ขัดล้าง เช็ดทำความสะอาด ขันกวด และเปลี่ยนอะไหล่ที่เสื่อมสภาพเพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์พัง (ช่างเทคนิคทำหน้าที่เสมือนการออกกำลังกายและทานอาหารเสริมเพื่อบำรุงร่างกาย)
หากคุณเลือกที่จะตรวจอย่างเดียว โดยไม่เคยบำรุงรักษา (PM) เลย สิ่งที่วิศวกรจะพบในวันตรวจจริงก็คือ อุปกรณ์ที่เต็มไปด้วยจุดบกพร่องสะสม จนไม่สามารถเซ็นรับรองความปลอดภัยให้ได้นั่นเอง
3 เหตุผลลึกที่ทำให้ระบบไฟขาด PM เกิน 1 ปี… ตรวจรับรองไม่ผ่าน!
1. ความร้อนสะสมที่พุ่งทะลุขีดจำกัด (Overheating)
เมื่อปล่อยให้ตู้ MDB หรือหม้อแปลงทำงานต่อเนื่องเกิน 1 ปี โดยไม่มีการเปิดตู้มาขันกวดสกรูหรือบัสบาร์ แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรและการขยายตัวจากความร้อนจะทำให้จุดต่อสายต่างๆ หลวมลงเรื่อยๆ เมื่อเกิดจุดหลวม ความต้านทานจะสูงขึ้น และเกิดความร้อนแฝงสะสม ซึ่งเมื่อวิศวกรใช้กล้องอินฟราเรด (Thermoscan) สแกนส่องตรวจ หากพบจุดที่มีอุณหภูมิสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานวิศวกรรม วิศวกรจะต้องประเมินว่าไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยทันที
2. ฝุ่นและสารเคมีอุดตันจนฉนวนเสื่อมสภาพ
สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ฝุ่นละออง คราบน้ำมัน หรือละอองสารเคมีในอากาศจะลอยเข้าไปสะสมในตู้ไฟฟ้าทุกวัน หากเกาะหนาเกิน 1 ปี ฉนวนของอุปกรณ์และสายไฟจะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว และเสี่ยงต่อการเกิดโก่งตัวหรือไฟรั่วข้ามเฟส ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงที่ทำให้การตรวจรับรองระบบไฟฟ้าต้องถูกระงับไว้จนกว่าจะมีการคลีนนิ่งระบบ
3. อุปกรณ์ป้องกันหลัก (เช่น ACB หรือเมนเบรกเกอร์) ไม่ทำงาน
Air Circuit Breaker (ACB) หรือเบรกเกอร์ตัวใหญ่ในตู้ MDB มีกลไกภายในที่ต้องการสารหล่อลื่น หากไม่ได้ทำ PM นานเกิน 1 ปี จาระบีภายในจะแห้งกรัง กลไกจะฝืดและล็อก ยามที่เกิดกระแสไฟเกินหรือไฟฟ้าลัดวงจรจริง อุปกรณ์ป้องกันเหล่านี้จะไม่ยอมตัดวงจร (Fail to Trip) ซึ่งในขั้นตอนการตรวจระบบไฟฟ้า วิศวกรจะต้องทดสอบกลไกนี้ หากพบว่าเบรกเกอร์ไม่ตัดตามค่าที่ตั้งไว้ ก็จะไม่สามารถออกเอกสารผ่านให้ได้เช่นกัน
ผลกระทบเมื่อยื่นรายงานตรวจรับรองระบบไฟฟ้าไม่ผ่านตามกำหนด
หากตรวจไม่ผ่านและไม่รีบแก้ไขจนเลยกำหนดเวลาที่กฎหมายระบุ องค์กรของคุณอาจต้องเผชิญกับ
- โทษปรับตามกฎหมาย: มีความผิดตาม พ.ร.บ. โรงงาน หรือ พ.ร.บ. ความปลอดภัยแรงงาน
- ประกันภัยปฏิเสธความคุ้มครอง: หากเกิดเหตุไฟไหม้จากระบบไฟฟ้าแล้วบริษัทประกันตรวจสอบพบว่ารายงานการตรวจรอบปีไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่มีการทำ PM ตามหลักวิศวกรรม บริษัทประกันอาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้
แก้ปัญหาระบบไฟให้ผ่านฉลุยในครั้งเดียว เลือกทำ PM และตรวจระบบกับ TIS
อย่าปล่อยให้การตรวจระบบไฟฟ้าประจำปีกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัว บริษัท เทอร์โมสแกน แอนด์ INFRARED SOLUTIONS จำกัด (TIS) เรายินดีให้บริการแบบ One-Stop Service ที่ดูแลให้คุณครบทั้งการทำ PM ระบบไฟฟ้า และการตรวจรับรองความปลอดภัย
บริการที่เหนือกว่าจาก TIS
- ทีมช่าง PM มืออาชีพ: บริการทำ PM ตู้ MDB, บำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า ตรวจเช็กระบบกราวด์ และทดสอบฟังก์ชันการทำงานของเบรกเกอร์ทุกยี่ห้ออย่างละเอียด
- ตรวจรับรองโดยวิศวกรระดับสามัญ: มีทีมวิศวกรไฟฟ้าที่มีใบอนุญาตถูกต้อง เข้าตรวจวัดด้วยกล้องสแกนความร้อนมาตรฐานสากล พร้อมออกเล่มรายงานรับรองที่ยื่นกรมโรงงานและกรมสวัสดิการฯ ได้ทันที
- ปลอดภัย เชื่อถือได้: เราเป็นนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเป็นอันดับ 1 ของประเทศ มั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
ให้ TIS ช่วยวางแผนทำ PM และตรวจรับรองระบบไฟฟ้าล่วงหน้า เพื่อให้ธุรกิจของคุณรันได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด และปลอดภัย 100%


