Skip to main content
PM หม้อแปลง 3 เฟส ต้องตรวจอะไรเพิ่มจากระบบทั่วไป?

การตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้มั่นใจว่าระบบไฟฟ้าในอาคารหรือโรงงานมีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมที่กำหนด เมื่อผลการตรวจสอบออกมาว่า “ไม่ผ่าน” สิ่งนี้บ่งชี้ถึงข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรง เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร อัคคีภัย หรือความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน การทำความเข้าใจสาเหตุที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไขที่ถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเจ้าของอาคารและผู้ดูแลระบบไฟฟ้าทุกคน บทความนี้จะสรุปขั้นตอนการรับมือเมื่อผลการตรวจสอบไม่ผ่าน และแนวทางในการแก้ไขที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

3 ขั้นตอนสำคัญเมื่อผลการตรวจสอบระบบไฟฟ้า “ไม่ผ่าน”

เมื่อได้รับรายงานว่าระบบไฟฟ้าไม่ผ่านการรับรอง อย่าตื่นตระหนก แต่ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อจัดการกับปัญหาอย่างเป็นระบบ

1. ศึกษาและทำความเข้าใจรายงานข้อบกพร่อง

ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้า (วิศวกรไฟฟ้า) จะออกรายงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งระบุข้อบกพร่องอย่างชัดเจน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการอ่านรายงานอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจ

  • ระดับความสำคัญ: ข้อบกพร่องใดที่เป็นอันตรายร้ายแรง (Critical) และต้องแก้ไขทันที (เช่น สายไฟเปลือย, การต่อลงดินผิดพลาด) และข้อบกพร่องใดที่จัดอยู่ในระดับรอง (Major/Minor)
  • มาตราฐานอ้างอิง: ข้อบกพร่องนั้นๆ ขัดแย้งกับข้อกำหนดใดในมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า (เช่น วสท.) หรือกฎหมายควบคุมอาคาร

2. วางแผนการแก้ไขและจัดทำงบประมาณ

เมื่อทราบข้อบกพร่องแล้ว ให้ปรึกษาช่างไฟฟ้าหรือวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการแก้ไข การวางแผนควรรวมถึง:

  • กำหนดลำดับความสำคัญ: แก้ไขข้อบกพร่องระดับ Critical ก่อนเสมอ
  • ประเมินเวลาและทรัพยากร: คำนวณระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์และดำเนินการแก้ไข
  • ขอใบเสนอราคา: จัดทำงบประมาณค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับการซ่อมแซมและเปลี่ยนอุปกรณ์

3. ดำเนินการแก้ไขและขอรับการตรวจสอบซ้ำ (Re-inspection)

หลังจากดำเนินการแก้ไขตามรายงานข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว ให้ติดต่อผู้ตรวจสอบเดิม หรือบริษัทรับตรวจสอบระบบไฟฟ้า เพื่อดำเนินการตรวจสอบซ้ำ (Re-inspection) โดยเน้นไปที่จุดที่เคยมีปัญหา การตรวจสอบซ้ำนี้เป็นการยืนยันว่าข้อบกพร่องทั้งหมดได้รับการแก้ไขตามมาตรฐานแล้ว ก่อนที่จะออกใบรับรองอย่างเป็นทางการ

ข้อบกพร่องที่พบบ่อยในระบบไฟฟ้าและการแก้ไข

ประสบการณ์การตรวจสอบระบบไฟฟ้าพบว่ามีปัญหาหลักๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในหลายอาคาร ซึ่งนายจ้างหรือเจ้าของอาคารสามารถตรวจสอบเบื้องต้นและป้องกันได้:

1. ปัญหาด้านการต่อลงดิน (Grounding System)

  • ข้อบกพร่อง: ค่าความต้านทานดินสูงเกินมาตรฐาน (โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 5 โอห์ม) หรือการต่อสายดินไม่ครบวงจร
  • แนวทางแก้ไข: ตอกหลักดินเพิ่มเติม หรือปรับปรุงคุณภาพดินในบริเวณที่ติดตั้งหลักดิน และตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายดินเชื่อมต่อกับตู้ควบคุมและอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกจุดอย่างถูกต้อง

2. ปัญหาด้านความปลอดภัยของตู้ควบคุม (Panel/Cabinet Safety)

  • ข้อบกพร่อง: ตู้ควบคุมมีความร้อนสูงเกินไป (Hot Spots), มีสิ่งกีดขวางหน้าตู้, ไม่มีการติดป้ายเตือน/ป้ายวงจร, หรือมีสายไฟที่ไม่เป็นระเบียบ
  • แนวทางแก้ไข: ทำการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) เพื่อขันน็อตจุดต่อสายให้แน่น (ลด Hot Spots) เคลียร์พื้นที่หน้าตู้ให้มีระยะห่างตามมาตรฐาน และจัดระเบียบสายไฟพร้อมติดป้ายระบุวงจรให้ชัดเจน

3. ปัญหาด้านการป้องกันกระแสเกิน (Overcurrent Protection)

  • ข้อบกพร่อง: การติดตั้งเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ที่มีขนาดไม่สัมพันธ์กับขนาดของสายไฟ (Oversized Breaker) ทำให้สายไฟอาจรับโหลดเกินจนร้อนและเกิดอัคคีภัยได้
  • แนวทางแก้ไข: คำนวณขนาดโหลดและขนาดสายไฟใหม่ตามมาตรฐาน และติดตั้งเบรกเกอร์ให้มีขนาดที่เหมาะสมเพื่อทำหน้าที่ป้องกันสายไฟอย่างแท้จริง

4. ปัญหาด้านฉนวนไฟฟ้าและสายไฟ (Insulation and Wiring)

  • ข้อบกพร่อง: ค่าความต้านทานฉนวนต่ำกว่ามาตรฐาน (เสื่อมสภาพ), มีรอยต่อสายไฟที่ไม่ถูกหลัก, หรือการใช้สายไฟผิดประเภทในพื้นที่อันตราย (เช่น พื้นที่ที่มีความชื้นสูง)
  • แนวทางแก้ไข: เปลี่ยนสายไฟที่มีค่าความต้านทานฉนวนต่ำ จัดทำรอยต่อสายไฟภายในกล่องพักสายที่ได้มาตรฐาน และตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายไฟที่ใช้มีคุณสมบัติทนทานต่อสภาพแวดล้อมในการติดตั้ง

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำ PM อย่างสม่ำเสมอ

การที่ระบบไฟฟ้า “ไม่ผ่าน” การรับรอง มักเป็นผลมาจากการละเลยการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) อย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วยตนเองหรือโดยช่างเทคนิคภายในเป็นประจำ (เช่น การวัดอุณหภูมิด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน การขันน็อตจุดต่อ) จะช่วยให้ตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่ปัญหาเล็กๆ จะลุกลามจนกลายเป็นข้อบกพร่องที่ทำให้การรับรองไม่ผ่าน การลงทุนในการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องจึงคุ้มค่ากว่าการซ่อมแซมครั้งใหญ่เสมอ

บริษัท เทอร์โมสแกน แอนด์ อินฟราเรด โซลูชั่นส์ จำกัด (TIS) บริษัทรับตรวจสอบระบบไฟฟ้า

หากระบบไฟฟ้าของคุณไม่ผ่านการรับรองและต้องการผู้เชี่ยวชาญเข้าแก้ไข บริษัท เทอร์โมสแกน แอนด์ อินฟราเรด โซลูชั่นส์ จำกัด (TIS) คือบริษัทรับตรวจสอบระบบไฟฟ้า ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการตรวจสอบด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เรามีบริการวิเคราะห์จุดบกพร่องด้วยเทคนิคภาพถ่ายความร้อน (Thermal Scan) อย่างแม่นยำ เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปอย่างตรงจุด และสามารถออกใบรับรองระบบไฟฟ้าโดยวิศวกรผู้ชำนาญการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย


 

ติดต่อ / สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Leave a Reply