การทำบำรุงรักษาเชิงป้องกันหรือการทำ PM ระบบกระจายพลังงานในอุตสาหกรรมยุคนี้ มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมากเนื่องจากการเข้ามาของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โรงงานที่มีการติดตั้ง Solar Rooftop จะมีลักษณะของการจ่ายไฟร่วมกันระหว่างโครงข่ายไฟฟ้าระดับแรงดันสูงจากการไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงจากแผงโซลาร์เซล์ ความซับซ้อนนี้ส่งผลให้เกิดสภาวะกระแสไฟย้อนกลับ (Reverse Power Flow) ในสายการผลิตช่วงเวลากลางวัน ทีมช่างไฟฟ้าและวิศวกรจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัย และต้องให้ความสำคัญกับจุดวิกฤตต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร
1. อันตรายจากแรงดันไฟฟ้าตกค้างฝั่งกระแสตรง (DC Side Voltage)
ข้อควรระวังที่วิกฤตที่สุดในการทำซ่อมบำรุงโรงงานยุคใหม่คือ พฤติกรรมแฝงของฝั่งกระแสตรง แม้ว่าวิศวกรจะทำการสับเบรกเกอร์หลัก (Main AC Breaker) เพื่อตัดแยกส่วนการไฟฟ้าออกไปแล้วก็ตาม แต่ตราบใดที่ยังมีแสงแดดส่องกระทบแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา แผงจะยังคงผลิตกระแสไฟฟ้าและส่งแรงดันสูงนับพันโวลต์ลงมาตามแนวรางเดินสายไฟจนถึงตัวตู้ควบคุมอยู่ตลอดเวลา การเข้าไปสัมผัสอุปกรณ์โดยไม่มีขั้นตอนการตรวจสอบระดับแรงดันตกค้างที่ถูกต้อง หรือการขาดชุดอุปกรณ์เซฟตี้ที่ได้มาตรฐาน จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตขั้นรุนแรง
2. ปัญหาความร้อนสะสมเฉพาะจุดบริเวณขั้วฟิวส์และจุดเชื่อมต่อบัสบาร์
การมีกระแสไฟจากระบบโซลาร์เซลล์ไหลย้อนเข้ามาสมทบเพื่อจ่ายให้เครื่องจักรในโรงงาน ทำให้จุดต่อเชื่อมระหว่างระบบ AC และ DC แบกรับโหลดที่หนาแน่นขึ้นในรอบวัน ส่งผลให้ขั้วต่อสายไฟ ขั้วฟิวส์แรงสูง และรอยต่อบัสบาร์ในตู้คอนโทรลเกิดความเครียดทางความร้อน (Thermal Stress) ได้ง่ายกว่าโรงงานทั่วไป ฝ่ายซ่อมบำรุงจึงต้องนำแนวทางวิธีการตรวจเช็กและ ตรวจรับรองระบบไฟฟ้า ในส่วนของตู้ AC/DC Combiner Box และระบบอินเวอร์เตอร์ เข้ามาบรรจุไว้ในแผนการทำงานประจำปี เพื่อขันกวดขั้วต่อทุกจุดด้วยประแจปอนด์และทำความสะอาดหน้าสัมผัสไฟฟ้าไม่ให้เกิดคราบสกปรกที่เป็นฉนวนกักเก็บความร้อน
3. การวางแผนควบรวมมาตรการตรวจสอบและซ่อมบำรุงประจำปี
เพื่อไม่ให้งานวิศวกรรมความปลอดภัยเกิดความซ้ำซ้อนและสามารถจัดรรงบประมาณได้อย่างคุ้มค่า เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพควรพิจารณาจัดตารางเวลาการตรวจระบบไฟหลักร่วมกับระบบพลังงานหมุนเวียน โดยผู้รับผิดชอบสามารถศึกษาเกณฑ์และรูปแบบสถาปัตยกรรมการจ่ายไฟเพิ่มเติมได้จากหัวข้อ แนวทางการจัดโครงสร้าง ระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อมีการควบรวมระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เพื่อนำข้อมูลเชิงเทคนิคมาใช้ปรับปรุงขั้นตอนการทำ PM ประจำปีให้มีความรัดกุมและปลอดภัยต่อตัวผู้ปฏิบัติงานหน้างานทุกคน
4. การใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ความร้อนเชิงลึกในขณะระบบเดินเครื่อง
การดับไฟเพื่อขันกวดและทำความสะอาดเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถชี้เป้าความผิดปกติของระบบไฟที่มีพฤติกรรมการจ่ายกระแสสองทิศทางได้ทั้งหมด ฝ่ายซ่อมบำรุงจึงจำเป็นต้องเข้าใจเหตุผลเชิงลึกว่าทำไมโรงงานที่ติดโซลาร์เซลล์ยิ่งต้องเน้นการสแกนความร้อนด้วยกล้องอินฟราเรดในการ ตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี เพื่อนำเทคนิคการสแกนหาจุดร้อนแฝงมาใช้ตรวจสอบอุปกรณ์ในขณะที่โรงงานกำลังรันกระบวนการผลิตเต็มกำลัง ซึ่งจะช่วยระบุพิกัดชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพได้อย่างแม่นยำก่อนที่จะเกิดการระเบิดหรือประกายไฟเสียหายลุกลาม
การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำ PM ให้สอดรับกับลักษณะเฉพาะของระบบ Solar Rooftop จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยป้องกันความเสียหายของทรัพย์สินราคาแพงและปกป้องชีวิตของทีมช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน
บริษัท เทอร์โมสแกน แอนด์ อินฟราเรด โซลูชั่นส์ จำกัด (TIS) พร้อมให้บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกันและทำ PM ระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมที่ต่อร่วมกับโซลาร์รูฟท็อปอย่างครบวงจร ดำเนินงานโดยทีมวิศวกรไฟฟ้ากำลังและช่างเทคนิคเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในระบบไฟสองทิศทาง เราใช้เครื่องมือวัดประสิทธิภาพสูงเพื่อตรวจวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของระบบ พร้อมทั้งวางมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดเพื่อความมั่นคงในระบบพลังงานสะอาดขององค์กรคุณ ติดต่อขอรับข้อมูลบริการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการ https://thermoscaninfrared.co.th/


