Skip to main content
วิธีการตรวจสอบความพร้อมของบริภัณฑ์ไฟฟ้า เพื่อเตรียมยื่นแบบฟอร์มตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี

การลงทุนติดตั้งระบบ Solar Rooftop ในภาคอุตสาหกรรมช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมหาศาล แต่ในแง่การดูแลรักษาทางวิศวกรรม การเพิ่มแหล่งผลิตพลังงานกระแสตรงแรงดันสูงเข้ามาบนหลังคาอาคาร ย่อมหมายถึงการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนสะสมในจุดต่อสายไฟและอุปกรณ์ตัดตอนต่างๆ มากยิ่งขึ้น เนื่องจากระบบโซลาร์เซลล์ทำงานและจ่ายกระแสไฟต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมงในช่วงกลางวัน เทคโนโลยีตรวจวัดแบบเดิมจึงไม่เพียงพอสำหรับการค้นหาข้อบกพร่องแฝง การใช้กล้องอินฟราเรดถ่ายภาพความร้อน หรือ Thermoscan จึงกลายเป็นเครื่องมือไฟลท์บังคับที่โรงงานติดตั้งโซลาร์เซลล์ขาดไม่ได้ในกระบวนการตรวจเช็กระบบวิศวกรรมไฟฟ้าเชิงรุก

1. ธรรมชาติการทำงานแบบต่อเนื่องยาวนานและการขยายตัวของโลหะ

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าและทำงานด้วยกำลังการผลิตสูงสุดในช่วงที่แดดจัด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริภัณฑ์ไฟฟ้าทุกชิ้นต้องรับภาระกระแสไฟฟ้าในระดับสูงติดต่อกัน 6-8 ชั่วโมงต่อวัน การไหลของกระแสไฟปริมาณมากเป็นเวลานานจะส่งผลให้จุดเชื่อมต่อบัสบาร์ ขั้วฟิวส์ และหน้าสัมผัสของอุปกรณ์ป้องกันเกิดสภาวะเครียดทางความร้อนและขยายตัว หากสกรูหรือน็อตในจุดเหล่านั้นหลวมคลายเพียงเล็กน้อย ค่าความต้านทานไฟฟ้าจะพุ่งสูงทันทีและเกิดความร้อนแฝงสะสมเฉพาะจุด (Hot Spot) ซึ่งกล้องสแกนความร้อนอินฟราเรดเป็นเครื่องมือชนิดเดียวที่สามารถมองเห็นภาพรังสีความร้อนนี้ได้ชัดเจนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

2. การตรวจวัดในสภาวะการใช้งานจริงโดยไม่ต้องหยุดกระบวนการผลิต

ข้อจำกัดสำคัญของการตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วยวิธีดั้งเดิมคือการต้องShutdown ระบบเพื่อใช้เครื่องมือวัดแบบสัมผัส ซึ่งไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของระบบโซลาร์เซลล์ที่ความผิดปกติทางความร้อนจะปรากฏขึ้นเฉพาะตอนที่มีแสงแดดและมีการจ่ายโหลดกระแสไฟฟ้าเต็มพิกัดเท่านั้น การทำ Thermoscan จึงตอบโจทย์ตรงจุดนี้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะวิศวกรสามารถเปิดหน้ากากตู้ควบคุมแล้วใช้กล้องสแกนหาความร้อนที่ผิดปกติได้ในขณะที่ระบบกำลังรันงานปกติ โดยไม่ต้องดับไฟหรือขัดจังหวะสายการผลิต ทำให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนพฤติกรรมทางไฟฟ้าที่แท้จริงและมีความปลอดภัยสูงต่อผู้ปฏิบัติงาน

3. การวางกรอบแผนการซ่อมบำรุงเชิงลึกสำหรับบริภัณฑ์ส่วนแปลงพลังงาน

ข้อมูลภาพถ่ายความร้อนที่ได้จากการสแกน จะถูกนำไปใช้วิเคราะห์เพื่อจัดลำดับความรุนแรงของปัญหาและวางแผนเข้าซ่อมแซมก่อนที่จะเกิดการลัดวงจรจนอุปกรณ์ระเบิดเสียหาย ทีมวิศวกรประจำโรงงานสามารถนำผลวิเคราะห์นี้ไปพิจารณาร่วมกับวิธีการตรวจเช็กและ ตรวจรับรองระบบไฟฟ้า ในส่วนของตู้ AC/DC Combiner Box และระบบอินเวอร์เตอร์ เพื่อไล่กวดขันสกรู ขันแน่นขั้วสาย และคลีนคราบฝุ่นละอองที่อุดตันช่องระบายความร้อนของอินเวอร์เตอร์ได้อย่างตรงจุด ประหยัดเวลา และช่วยรักษาประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานสะอาดให้ยาวนานขึ้น

4. การผูกโยงมาตรการเซฟตี้ภาพรวมเข้ากับโครงสร้างระบบจ่ายไฟทิศทางเดียว

นอกจากจะใช้ตรวจสอบบริภัณฑ์ฝั่งโซลาร์เซลล์โดยตรงแล้ว การสแกนความร้อนด้วยกล้องอินฟราเรดยังต้องครอบคลุมไปถึงจุดเชื่อมโยงที่กระแสไฟฟ้าวิ่งสวนทางกลับเข้าสู่ระบบจำหน่ายของโรงงานด้วย จป.วิชาชีพ และผู้จัดการโรงงานควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดวิกฤตที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการทำ pm ระบบไฟฟ้า เมื่อมีกระแสไฟย้อนกลับจากโซลาร์เซลล์ เพื่อกำหนดขอบเขตให้ทีมงานทำ Thermoscan ไล่ตรวจเช็กสายเมนต์และบัสบาร์ฝั่ง AC อย่างละเอียด โดยนำข้อมูลทั้งหมดไปปรับปรุงตามแนวทางการจัดโครงสร้าง ระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อมีการควบรวมระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางไฟฟ้าและป้องกันความเสี่ยงจากเหตุอัคคีภัยในสถานประกอบการได้อย่างเบ็ดเสร็จ

การใช้กล้องอินฟราเรดสแกนความร้อนเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี จึงเป็นมาตรการเชิงป้องกันที่มีความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับโรงงานที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ช่วยให้ผู้ประกอบการค้นพบภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และยับยั้งความสูญเสียจากเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท เทอร์โมสแกน แอนด์ อินฟราเรด โซลูชั่นส์ จำกัด (TIS) เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในงานทำ Thermoscan และตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการติดตั้งระบบ Solar Rooftop เราใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรดประสิทธิภาพสูงที่ผ่านการสอบเทียบมาตรฐานสากล ควบคุมการตรวจวัดและวิเคราะห์ผลโดยทีมวิศวกรไฟฟ้ากำลังระดับสามัญที่มีประสบการณ์สูง มุ่งมั่นชี้เป้าจุดร้อนวิกฤตและออกเอกสารรับรองความปลอดภัยที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ตามหลักกฎหมายความปลอดภัย พ.ศ. 2564 เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยสูงสุดในระบบพลังงานขององค์กรคุณ ติดต่อขอข้อมูลบริการได้ทางเว็บไซต์ https://thermoscaninfrared.co.th/


 

ติดต่อ / สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Leave a Reply