
เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยหรืออุบัติภัยทางไฟฟ้าขึ้นในสถานประกอบการ สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญเป็นลำดับถัดมาคือกระบวนการพิสูจน์มูลค่าความเสียหายและการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่ออนุมัติเงินชดเชย การจัดเตรียมชุดเอกสารหลักฐานเชิงวิศวกรรมให้มีความพร้อมและสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายบัญชีสามารถดำเนินเรื่องกับบริษัทผู้รับประกันภัยได้อย่างราบรื่น การขาดความรู้ในการคัดกรองความถูกต้องของเอกสารมักทำให้กระบวนการเคลมสินไหมล่าช้า หรืออาจทำให้องค์กรเสียเปรียบในเชิงคดีความได้อย่างคาดไม่ถึง
1. การตรวจสอบความสมบูรณ์ของใบรับรองความปลอดภัยและสิทธิ์ของวิศวกร
จุดแรกที่ต้องทำการตรวจสอบคือความถูกต้องทางกฎหมายของเล่มรายงานผลการตรวจรับรองระบบไฟฟ้าประจำปี เอกสารสำคัญอย่างใบรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้า (ฉบับเอกสารลงนามรับรอง) ต้องมีการระบุชื่อ เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ใบ กว.) ของวิศวกรผู้ทำการตรวจสอบอย่างชัดเจน และต้องเช็กให้แน่ใจว่าขอบเขตงานวิศวกรรมสอดคล้องกับระดับใบอนุญาต (ภาคีวิศวกร สามัญวิศวกร หรือวุฒิวิศวกร) ตามที่กฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายความปลอดภัยกระทรวงแรงงานระบุไว้ เอกสารที่ขาดการลงนามที่ถูกต้องจะไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยได้
2. การจัดเตรียมผลทดสอบค่าพารามิเตอร์และแผนผังวงจรไฟฟ้าเดียว
เอกสารแนบในเล่มรายงานผลการตรวจสอบต้องมีความละเอียดเชิงลึกในระดับที่ฝ่ายเทคนิคของบริษัทประกันภัยไม่สามารถโต้แย้งได้ ชุดข้อมูลที่ต้องเช็กความพร้อมประกอบด้วย แผนผังวงจรไฟฟ้าเดียว (Single Line Diagram) ที่ตรงกับโครงสร้างหน้างานจริงก่อนเกิดเหตุ รายงานผลการทดสอบค่าความต้านทานดิน (Ground Resistance Test) และรายงานผลการทดสอบกลไกตัดวงจรของเซอร์กิตเบรกเกอร์หลัก ข้อมูลตัวเลขพารามิเตอร์เหล่านี้จะเป็นข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าระบบป้องกันภายในของโรงงานอยู่ในสถานะพร้อมทำงาน และไม่ได้เกิดจากความบกพร่องสะสมที่ผู้เอาประกันละเลยการซ่อมบำรุง
3. การผูกโยงหลักฐานภาพถ่ายอินฟราเรดเพื่อลบข้อหาประมาทเลินเล่อ
หลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีน้ำหนักสูงสุดในการหักล้างข้อกล่าวหาเรื่องความประมาทเลินเล่อคือ รายงานการตรวจสแกนความร้อนด้วยกล้องอินฟราเรด ฝ่ายบริหารจำเป็นต้องทำความเข้าใจกลไกความสำคัญในเรื่องนี้โดยศึกษา ทำไมบริษัทประกันภัยชั้นนำถึงไม่ยอมอนุมัติกรมธรรม์อุตสาหกรรม หากขาดผลสแกนความร้อน Thermoscan ประจำปี เพื่อนำเล่มรายงาน Thermoscan รอบล่าสุดที่เป็นปกติมาใช้ยันยืนกับผู้ประเมินวินาศภัยว่า สถานประกอบการได้ดำเนินมาตรการป้องกันอัคคีภัยเชิงรุกอย่างดีที่สุดแล้ว ซึ่งข้อมูลชุดนี้จะช่วยสนับสนุนเนื้อหาใน คู่มือการใช้เล่มรายงาน การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในอาคาร และโรงงาน เป็นหลักฐานสำคัญในการเจรจาขอลดเบี้ยประกันภัยทรัพย์สิน ในการรักษาผลประโยชน์ของบริษัท
4. ถอดบทเรียนเพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายก่อนส่งมอบเอกสารเคลม
การตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารในขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งมอบให้บริษัทประกันภัย ต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ จป.วิชาชีพ และผู้จัดการโรงงานควรศึกษาข้อบกพร่องที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีตจาก กรณีศึกษา ไฟไหม้โรงงานลัดวงจร แต่ประกันปฏิเสธการจ่ายสินไหม เพราะเล่ม ตรวจไฟฟ้าประจำปีตามกฎหมาย ข้อมูลไม่สมบูรณ์ เพื่อนำมาใช้เป็นบทเรียนในการรีวิวตรวจทานทุกหน้ากระดาษ ว่าไม่มีจุดโหว่เรื่องข้อมูลคลาดเคลื่อน หรือรายงานผลการตรวจวัดที่คลุมเครือ ซึ่งอาจกลายเป็นช่องว่างทางกฎหมายให้บริษัทประกันนำมาใช้ปฏิเสธความรับผิดชอบในภายหลัง
การตรวจสอบและจัดเตรียมความพร้อมของเอกสารรับรองความปลอดภัยทางไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ จึงเป็นกระบวนการบริหารความเสี่ยงขั้นสูงสุดที่จะช่วยการันตีความมั่นคงทางการเงิน รักษาสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ และช่วยให้ธุรกิจอุตสาหกรรมสามารถฟื้นตัวจากภัยพิบัติกลับมาเดินเครื่องจักรผลิตได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด
บริษัท เทอร์โมสแกน แอนด์ อินฟราเรด โซลูชั่นส์ จำกัด (TIS) พร้อมให้บริการตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้าและออกเล่มรายงานการรับรองที่มีมาตรฐานความถูกต้องสูงสุดตามหลักวิศวกรรมควบคุม เล่มรายงานผลการตรวจสอบและผลทำ Thermoscan ของเราได้รับการจัดโครงสร้างข้อมูลอย่างละเอียด สมบูรณ์ และโปร่งใส ซึ่งเป็นเอกสารมาตรฐานสากลที่บริษัทประกันภัยชั้นนำให้การยอมรับ ช่วยให้สถานประกอบการของคุณมีชุดข้อมูลวิศวกรรมที่พร้อมใช้งานในการเจรจาผลประโยชน์และรองรับเหตุฉุกเฉินได้อย่างมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ติดต่อขอรับข้อมูลบริการได้ทางเว็บไซต์ทางการ https://thermoscaninfrared.co.th/


