Skip to main content

ตรวจระบบไฟฟ้าโรงงาน จำเป็นแค่ไหน? เจาะลึกความสำคัญในการป้องกันอันตราย ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจร พร้อมแนวทางการตรวจสอบให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ตรวจระบบไฟฟ้าโรงงาน จำเป็นแค่ไหน? พร้อมแนวทางการตรวจสอบที่ถูกต้องตามกฎหมาย

การตรวจระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงแค่ขั้นตอนที่ปฏิบัติเพื่อให้ครบตามกฎระเบียบของรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจากระบบไฟฟ้าที่ทำงานต่อเนื่องทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สิน การสูญเสียเวลาในการผลิต หรือแม้กระทั่งอันตรายถึงชีวิตของพนักงานและบุคลากรในโรงงาน การละเลยการตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้องและต่อเนื่องจึงถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง

ความสำคัญของการตรวจระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม

โรงงานอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานพลังงานไฟฟ้าในปริมาณมาก ทั้งในรูปแบบของเครื่องจักรไฟฟ้า หม้อแปลง ระบบแสงสว่าง และระบบควบคุมอัตโนมัติต่าง ๆ ซึ่งการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้า การติดตั้งที่ผิดพลาด หรือการใช้งานที่ไม่ถูกวิธี อาจนำไปสู่ปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร หรือไฟไหม้ได้อย่างง่ายดาย

การตรวจระบบไฟฟ้าเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถทราบได้ว่าอุปกรณ์ใดอยู่ในสภาพที่ต้องซ่อมบำรุง เปลี่ยนอะไหล่ หรือแม้กระทั่งรื้อถอนเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ การตรวจสอบที่ดีจะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบ ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมฉุกเฉิน และลดเวลาในการหยุดสายการผลิตอย่างไม่คาดคิด

ตรวจระบบไฟฟ้าแล้วได้อะไร?

  • ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้
    การตรวจสอบจะช่วยให้สามารถพบจุดที่มีความร้อนสะสมหรือจุดที่มีการเชื่อมต่อหลวมก่อนที่ปัญหาจะรุนแรง
  • เพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงาน
    พื้นที่เสี่ยง เช่น ตู้ควบคุมไฟหรือสายไฟที่ชำรุด อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต หากไม่มีการตรวจพบและแก้ไข
  • ช่วยในการวางแผนซ่อมบำรุง
    การตรวจระบบไฟฟ้าเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อใช้วางแผนการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
  • สร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้าและคู่ค้า
    โรงงานที่มีระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานจะได้รับความเชื่อถือมากกว่า และช่วยเสริมภาพลักษณ์องค์กร

ข้อกำหนดตามกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจระบบไฟฟ้า

ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่อง “มาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า” ได้กำหนดให้นายจ้างจะต้องจัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยให้ผู้ตรวจสอบที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการเท่านั้นรวมถึงมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • มาตรฐาน IEC 60364 ว่าด้วยการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงต่ำ
  • มาตรฐาน NFPA 70B ว่าด้วยแนวทางการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า
  • กฎหมายตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ซึ่งกำหนดให้มีการตรวจระบบไฟฟ้าประจำปี โดยวิศวกรไฟฟ้าที่มีใบอนุญาต

แนวทางการตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้ถูกต้อง

  1. ตรวจสอบด้วยกล้องอินฟราเรด (Thermal Scan)
    เพื่อตรวจหาอุณหภูมิที่ผิดปกติในตู้ไฟ สายไฟ และจุดเชื่อมต่อ โดยไม่ต้องดับระบบไฟ
  2. ตรวจสอบค่าความต้านทานของดิน (Grounding)
    เพื่อลดความเสี่ยงจากไฟดูดหรือไฟฟ้ารั่ว
  3. ตรวจสอบระบบการป้องกันไฟฟ้า (Protection Devices Check)
    เช่น เบรกเกอร์ รีเลย์ และฟิวส์ ว่ายังทำงานได้ถูกต้องหรือไม่
  4. Visual Inspection (ตรวจสอบความผิดปกติทางกายภาพด้วยสายตา)
    เช่นตรวจสอบการติดตั้งตามมาตรฐาน ตรวจสอบต้นไม้ที่ใกล้ระยะสายไฟ เป็นต้น
  5. จัดทำรายงานผลการตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ
    เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงต่อหน่วยงานราชการ และประกอบการวางแผนซ่อมบำรุงในอนาคต

ความถี่ที่แนะนำในการตรวจระบบไฟฟ้า

  • ระบบแรงสูง (High Voltage) ควรตรวจสอบทุก 6 เดือนถึง 1 ปี
  • ระบบแรงต่ำ (Low Voltage) ตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ระบบสำรอง เช่น UPS หรือ Generator ควรตรวจเช็กทุกไตรมาส
  • ระบบในพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น ห้องควบคุม, พื้นที่กันระเบิด ควรตรวจถี่ขึ้นตามความเหมาะสม

การเลือกบริษัทรับตรวจระบบไฟฟ้าที่มีมาตรฐาน

ควรเลือกบริษัทที่มีความชำนาญเฉพาะทางและมีประสบการณ์ในการตรวจระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมมีใบอนุญาตวิศวกรรมควบคุมถูกต้อง และมีอุปกรณ์ตรวจสอบที่ทันสมัย เช่น กล้องอินฟราเรดมาตรฐานอุตสาหกรรม พร้อมทีมวิศวกรไฟฟ้าระดับสามัญขึ้นไป

บริษัท เทอร์โมสแกน แอนด์ อินฟราเรด โซลูชั่นส์ จำกัด (TIS) ผู้นำด้านการตรวจระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญในการตรวจระบบไฟฟ้าที่ไว้วางใจได้ บริษัท เทอร์โมสแกน แอนด์ อินฟราเรด โซลูชั่นส์ จำกัด (TIS) เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมมายาวนาน ด้วยประสบการณ์มากกว่า 16 ปีในการให้บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้า บำรุงรักษา และประเมินความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ

TIS ให้บริการครอบคลุมทั้งระบบไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ พร้อมรายงานการตรวจสอบที่ได้มาตรฐานวิศวกรรม สามารถนำไปยื่นต่อหน่วยงานราชการหรือใช้ประกอบการตรวจสอบภายในได้อย่างมั่นใจ บริษัทมีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรอง และมีเทคโนโลยีการตรวจสอบทันสมัย อาทิ การใช้กล้องอินฟราเรด ความละเอียดสูง การทดสอบระบบดิน และเครื่องมือวิเคราะห์พลังงานไฟฟ้าแบบเรียลไทม์

นอกจากการตรวจระบบไฟฟ้าแล้ว TIS ยังให้บริการอบรมความปลอดภัยเกี่ยวกับการทำงานกับไฟฟ้าตามกฎหมาย การติดตั้งและทดสอบระบบป้องกันไฟฟ้า และบริการตรวจสอบตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคารแบบครบวงจร ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อช่วยให้ลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

Sources

  • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน: www.labour.go.th
  • มาตรฐาน NFPA 70B, IEC 60364
  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

 


 

ติดต่อ / สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Leave a Reply