การบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยทางไฟฟ้าในประเทศไทยมีการระบุขอบเขตและเกณฑ์ชี้วัดประเภทสถานประกอบการไว้อย่างชัดเจน เพื่อควบคุมพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอัคคีภัยหรืออุบัติเหตุจากการใช้พลังงานปริมาณมาก ผู้ประกอบการและฝ่ายบริหารหลายท่านอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าข้อบังคับนี้จำกัดเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมหนักเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ครอบคลุมไปถึงอาคารพาณิชย์และอาคารสาธารณะหลายประเภท การตรวจสอบสิทธิ์และเกณฑ์บังคับตามกฎหมายจึงเป็นหน้าที่สำคัญที่ช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎกติกาได้อย่างครบถ้วน
1. เกณฑ์จำแนกประเภทโรงงานอุตสาหกรรมภายใต้ข้อบังคับกระทรวงอุตสาหกรรม
ภายใต้พระราชบัญญัติโรงงาน มีการระบุชัดเจนว่าโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้เครื่องจักรกลรวมกันตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือมีการจ้างคนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป เข้าข่ายต้องจัดให้มีวิศวกรตรวจสอบและออกเอกสารรับรองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ โรงงานกลุ่มที่มีความเสี่ยงเฉพาะทาง เช่น โรงงานเคมีภัณฑ์ โรงงานผลิตสี โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานแปรรูปไม้ หรือคลังสินค้าที่เก็บวัตถุกั้นไฟและสารไวไฟ จะถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษโดยไม่มีข้อยกเว้นเรื่องขนาดของสถานประกอบการ เนื่องจากมีโอกาสเกิดการระเบิดหรือประกายไฟลัดวงจรได้ง่ายกว่าพื้นที่ทั่วไป
2. นิยามของอาคารควบคุมและสถานประกอบการพาณิชย์ตามกฎหมายความปลอดภัย
นอกเหนือจากภาคการผลิตแล้ว กฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายกระทรวงแรงงานยังขยายขอบเขตไปถึง อาคารควบคุม หรืออาคารสาธารณะที่มีการรวมตัวของคนเป็นจำนวนมากและมีการใช้ระบบปรับอากาศหรือระบบลิฟต์โดยสารขนาดใหญ่ ตัวอย่างสถานประกอบการที่ต้องทำเรื่องตรวจรับรอง ได้แก่ สถานพยาบาล โรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป อาคารสูงที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป อาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป รวมถึงห้างสรรพสินค้าและสถานบันเทิง ซึ่งอาคารเหล่านี้ต้องส่งรายงานผลการตรวจเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการทุกคน
3. การเปรียบเทียบมาตรฐานการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวเนื่อง
เมื่อสถานประกอบการรับทราบว่าตนเองเข้าข่ายอาคารควบคุมหรือโรงงานที่ต้องถูกตรวจสอบ ขั้นตอนต่อไปคือการศึกษาหลักเกณฑ์ของหน่วยงานราชการที่เข้ามาทำหน้าที่ตรวจตราพื้นที่ ซึ่งผู้ดูแลระบบสามารถศึกษาข้อมูลเชิงเปรียบเทียบได้ในบทความ เจาะลึกข้อบังคับ ตรวจไฟฟ้าประจำปี กรมโรงงาน แตกต่างจากการตรวจของกรมสวัสดิการฯ อย่างไร เพื่อช่วยให้ทีมวิศวกรซ่อมบำรุงในองค์กรสามารถออกแบบแนวทางการตรวจเช็กหน้างานให้สอดรับกับข้อกฎหมายของทุกหน่วยงานได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และประหยัดเวลาการทำงาน
4. มาตรฐานกระบวนการปฏิบัติงานและการยื่นเอกสารผลการรับรอง
การดำเนินงานตรวจรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้าต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เป็นระบบและมีมาตรฐานทางวิชาการรองรับ จป.วิชาชีพ หรือผู้จัดการอาคารจึงควรนำวิธีการตรวจสอบความพร้อมของบริภัณฑ์ไฟฟ้า เพื่อเตรียมยื่นแบบฟอร์ม ตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี มาใช้เป็นแนวทางต้นแบบในการตรวจสอบโครงสร้างระบบไฟฟ้าร่วมกับทีมช่างเทคนิค เพื่อจัดเตรียมข้อมูลพารามิเตอร์ของระบบหม้อแปลงไฟฟ้า ตู้ MDB และระบบป้องกันไฟฟ้ารั่วให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่จะเข้ามารับรองระบบในขั้นตอนสุดท้าย
การตรวจสอบเกณฑ์บังคับทางกฎหมายและการจัดทำรายงานตรวจรับรองระบบไฟฟ้าตามกรอบเวลา จึงเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงเชิงกฎหมายและลดความเสี่ยงต่อชีวิตพนักงานในองค์กร โดยผู้บริหารสามารถอ่านบทสรุปความสำคัญและบทลงโทษทางกฎหมายทั้งหมดได้ที่หัวข้อ สรุปบทลงโทษและผลกระทบทางกฎหมาย หากสถานประกอบการฝ่าฝืนไม่จัดให้มี การตรวจสอบระบบไฟฟ้า ตามกำหนด เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเชิงนโยบายความปลอดภัย
บริษัท เทอร์โมสแกน แอนด์ อินฟราเรด โซลูชั่นส์ จำกัด (TIS) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบและออกเอกสารรับรองระบบไฟฟ้าสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารควบคุมทุกประเภทอย่างถูกต้องตามกฎหมายความปลอดภัย พ.ศ. 2564 เรามีทีมสามัญวิศวกรไฟฟ้ากำลังที่มีประสบการณ์ยาวนาน พร้อมเครื่องมือวัดที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล TIS มุ่งมั่นส่งมอบงานตรวจรับรองระบบไฟฟ้าที่ถูกต้อง โปร่งใส มีความน่าเชื่อถือระดับวิศวกรรมควบคุม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของอาคารและธุรกิจของคุณ ติดต่อขอรับบริการผ่านทางเว็บไซต์ทางการ https://thermoscaninfrared.co.th/


