
การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารขนาดใหญ่เป็นการทำงานเชิงวิศวกรรมที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง การประเมินความปลอดภัยของอุปกรณ์ไฟฟ้าหลัก ไม่ว่าจะเป็นตู้สวิตช์บอร์ด MDB หม้อแปลงไฟฟ้า หรือระบบสายดิน ต่างต้องพึ่งพาตัวเลขพารามิเตอร์ที่อ่านได้จากเครื่องมือวัดทางวิศวกรรม หากเครื่องมือวัดที่นำมาใช้งานเกิดความคลาดเคลื่อน ขาดการดูแล หรือไม่ได้ผ่านการปรับแต่งค่าตามมาตรฐานสากล ผลการวัดที่บันทึกไว้ในเล่มรายงานย่อมผิดเพี้ยนไปจากความจริง เอกสารรับรองการสอบเทียบ หรือ Calibration Report ของเครื่องมือวัดทุกชิ้น จึงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันความน่าเชื่อถือของการตรวจสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้า
1. ผลกระทบของความคลาดเคลื่อนในเครื่องมือวัดต่อความปลอดภัยหน้างาน
เครื่องมือวัดทางไฟฟ้า เช่น เครื่องทดสอบความต้านทานฉนวน (Megger Test) เครื่องวัดค่าความต้านทานดิน (Earth Ground Tester) และกล้องถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรด (Thermoscan) มีโอกาสเสื่อมสภาพตามระยะเวลาและการใช้งาน การเสื่อมสภาพนี้อาจทำให้เครื่องมืออ่านค่าความต้านทานสูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลให้วิศวกรประเมินว่าระบบสายดินปลอดภัย ทั้งที่หน้างานจริงค่าความต้านทานดินสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานจนไม่สามารถระบายกระแสไฟรั่วได้ หรือกรณีกล้องสแกนความร้อนอ่านค่าอุณหภูมิต่ำกว่าความจริง ทำให้มองไม่เห็นจุดวิกฤตที่มีความร้อนสะสม การใช้เครื่องมือที่ไม่ได้สอบเทียบจึงสร้างความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอัคคีภัยและการลัดวงจรโดยไม่รู้ตัว
2. ความน่าเชื่อถือของเล่มรายงานทางกฎหมายและการยอมรับของหน่วยงานราชการ
รายงานผลการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีเป็นเอกสารทางกฎหมายที่ต้องยื่นต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือใช้เป็นหลักฐานประกอบการทำประกันภัย เจ้าหน้าที่ภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินความเสี่ยงมีสิทธิ์ปฏิเสธการรับรองเล่มรายงานทันที หากบริษัทผู้รับจ้างไม่สามารถแสดงเอกสารใบรับรองการสอบเทียบของเครื่องมือวัดที่ใช้ในโครงการนั้นๆ เอกสารสอบเทียบจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จึงเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายที่ช่วยยืนยันว่า ค่าตัวเลขทุกค่าในรายงานได้รับการตรวจวัดจากเครื่องมือที่มีมาตรฐานและเชื่อถือได้จริง
3. การกำหนดเงื่อนไขเรื่องเอกสารสอบเทียบในกระบวนการจัดซื้อ
เพื่อป้องกันไม่ให้โรงงานได้รับบริการจากผู้รับเหมาที่ขาดมาตรฐาน ฝ่ายจัดซื้อควรกำหนดเป็นข้อบังคับเรื่องเอกสารสอบเทียบไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการทำสัญญาจ้าง การนำแนวทางประเมินจากบทความ 4 เกณฑ์การให้คะแนนด้านเทคนิค (Technical Score) ในการคัดเลือก บริษัทรับตรวจสอบระบบไฟฟ้า สำหรับฝ่ายจัดซื้อ มาปรับใช้ จะช่วยให้องค์กรสามารถคัดกรองผู้เสนอราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ฝ่ายจัดซื้อยังควรนำเงื่อนไขข้อบังคับเรื่องเครื่องมือวัดไปบรรจุไว้ในเอกสารจัดซื้อตามตัวอย่างในบทความ แจกตัวอย่างร่าง TOR จ้าง บริษัทรับตรวจสอบระบบไฟฟ้า สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารขนาดใหญ่ เพื่อให้การตรวจรับมอบงานเป็นไปอย่างถูกต้องและได้มาตรฐานสากล
4. ปัจจัยความเสี่ยงต่อการเคลมประกันภัยเมื่อเครื่องมือวัดไม่มีใบสอบเทียบ
นอกเหนือจากเรื่องกฎหมายภาครัฐแล้ว ความสมบูรณ์ของเอกสารเครื่องมือวัดยังมีผลโดยตรงต่อสิทธิ์การคุ้มครองทรัพย์สิน หากเกิดเหตุเพลิงไหม้จากระบบไฟฟ้าลัดวงจร บริษัทประกันภัยจะส่งทีมผู้ประเมินวินาศภัยเข้ามาสืบค้นข้อมูลย้อนหลัง หากพบว่าเล่มรายงานผลการตรวจรับรองในรอบปีนั้นใช้เครื่องมือวัดที่ไม่มีใบรับรองการสอบเทียบ บริษัทประกันภัยอาจใช้เป็นข้ออ้างทางกฎหมายในการปฏิเสธการจ่ายสินไหมชดเชย โดยอ้างว่าสถานประกอบการละเลยการรักษามาตรฐานความปลอดภัย ฝ่ายกฎหมายขององค์กรจึงควรศึกษาประเด็นเพิ่มเติมในบทความ ข้อควรระวังในสัญญาการจ้าง บริษัทรับตรวจสอบระบบไฟฟ้า ที่อาจทำให้โรงงานเสียสิทธิ์การเคลมประกันภัย เพื่อปิดช่องโหว่ทางสัญญาให้ครบถ้วน
การตรวจสอบและขอดูเอกสารรับรองการสอบเทียบของเครื่องมือวัดทุกชิ้นจากบริษัทรับตรวจสอบระบบไฟฟ้า จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยการันตีความถูกต้องของผลการตรวจ ป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย และรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดทางการเงินให้แก่สถานประกอบการได้อย่างแท้จริง
บริษัท เทอร์โมสแกน แอนด์ อินฟราเรด โซลูชั่นส์ จำกัด (TIS) ให้ความสำคัญกับความแม่นยำและความถูกต้องสูงสุดในงานวิศวกรรม เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าและกล้องถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรดทุกชิ้นของ TIS ผ่านการทดสอบและสอบเทียบมาตรฐานตามเกณฑ์ ISO/IEC 17025 จากห้องปฏิบัติการชั้นนำเป็นประจำทุกปี ดำเนินการตรวจรับรองโดยทีมสามัญวิศวกรไฟฟ้ากำลังที่มีความเชี่ยวชาญสูง เราพร้อมส่งมอบเล่มรายงานผลการตรวจสอบที่มีความแม่นยำ น่าเชื่อถือ และแนบเอกสารสอบเทียบครบถ้วน ช่วยให้สถานประกอบการของคุณปลอดภัยและผ่านการรับรองจากทุกหน่วยงานอย่างราบรื่น ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ https://thermoscaninfrared.co.th/


